อยากลองไปบ้าง: 
Average: 5 (1 vote)
2016/08/22

เอาตรงๆว่า เราเคยได้ยินชื่อเมือง“ซากะ” มาก็หลายครั้ง จนวันนี้มีโอกาสมาสัมผัสความสวยงาม ของเขตแดนใต้ ของญี่ปุ่น ซักที เราปักหมุดตั้งต้นกันที่ “ Karatsu” เป็นเมืองท่า ทางตอนเหนือของซากะ ห่างจากสนามบินฟุกุโอกะ เพียงแค่ 2 ชั่วโมงโดยรถยนต์

 

 

ซึ่งกองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง และจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากของเด็ดประจำจังหวัด อย่าง “ปลาหมึกโยกุโบะ” หรือเราเรียกเอง ว่า ปลาหมึกดึ้บ เพราะเนื้อมันเด้งดึ้บๆ ทั้งหวาน กรอบ อร่อย ไม่คาวเลย จุดเด่นอยู่ตรงวิธีทำ คือเค้าก็จะเอาปลาหมึกที่จับได้สดๆ ไปแล่กันแบบงานละเอียดถึง 40 แฉกต่อตัว ใครอยากจิ้มโซยุก็จิ้ม หรือไม่จิ้มก็ยัด ส่วนคนไม่นิยมของดิบ ทางร้านเค้าใจดี เอาไปทำเป็นเทมปุระ หรือย่างเกลือให้ได้นะ อร่อยเริ่ดไม่แพ้กัน นี่ก็ลองมาหมดทุกอย่าง บอกเลยใครมาซากะห้ามพลาด!

 

 

หลังจากอิ่มแล้ว ก็ขับรถไปต่อกันที่ Suginohara Farm ใช่จ้ะ เราจะไปเยี่ยมฟาร์มวัวกัน ไม่ใช่วัวธรรมดา

แต่เป็นวัวเนื้อ มูลค่าหลายบาท ของดีขึ้นชื่อซากะเลยแหละ และที่พิเศษ ซึ่งเราว่ามีส่วนแน่ๆ ที่ทำให้เนื้อออกมาอร่อย คือบ้านของเจ้าวัวพวกนี้ มีวิวหลักล้าน ตั้งอยู่บนที่ราบสูง มองไปเห็นทะเล มีลมพัดโชยๆ ได้อารมณ์ The sound of music เบาๆ เดินถ่ายรูปเพลินๆ จนหน้าไหม้ไปเลยก็ได้ ไม่มีคนแย่งหรือโฟโต้บอมบ์แน่ๆ อ่ะๆ สรุปว่า ใครสายเนื้อแนะนำให้ไปร้านอาหาร แต่ถ้าสายธรรมชาติ อย่าลืมมาถ่ายรูปน้องวัวที่.... นะค้า

 

 

ยังคงมาในตีมธรรมชาติกันต่อ Hado Cape ที่นี่ถ้าใครเคยดูซีรี่ย์เรื่อง Stay Saga อาจจะจำได้

เพราะเป็นหนึ่งในโลเคชั่นถ่ายทำ ที่มีทั้งพี่ซันนี่ น้องสไปรท์ แต่ฮาโดะนี้มีอะไรมากกว่าแค่โลเคชั่นละคร กับปูนปั้นรูปหัวใจที่ให้คู่รักมาเดทกันนะทุกคน ถ้าถ่ายรูปตรงนี้กันเสร็จแล้ว ขอให้เดินเลยไปอีกหน่อย จะเจอ observatory ยื่นออกไปในทะเล ที่เราสามารถซื้อบัตรเข้าไปเดินชมข้างในได้ โดยเราจะต้องเดินลงบันไดวนลงไปชั้นล่างขอหอ ซึ่งเป็นห้องติดกระจกให้ดูปลากันแบบเรียลๆจากใต้น้ำเลยแก เกร๋มาก ขึ้นมาข้างบนก็สามารถซื้อาหารให้ปลาได้ด้วย ดีจริงไม่หลอก

 

 

ดูปลาเสร็จแล้วยังไม่จบนะ ถ้าใครเหนื่อย มีรถขายน้ำแข็งใส Kakigori ให้กินแก้ร้อน

แต่ถ้ายังร้อนไม่พอก็มีชายหาดให้ไปนั่งกันให้เบิร์นให้จุใจ ส่วนถ้าใครยังหิวอยู่ก็มีร้านขายหอยตั้งอยู่เรียงราย ราคา 3 ตัว 500 เยน แซ่บน้ำลายซี้ดไปตามๆกัน

 

 

นอกจากโซนนี้แล้ว ถ้ากลับเข้ามาในตัวเมือง ก็จะเจอปราสาทคาระซึโจ สัญลักษณ์ของเมืองตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเล หรือใครอยากหาที่ชมวิว ก็ต้องไม่พลาดขึ้นไปที่ Kagamiyama Mt. ที่ซึ่งสามารถมองเห็นเมืองคาระซึ

ได้แบบรอบทิศ สวยมากกกก ภูเขา บ้านเรือน ฟาร์ม ทุ่งหญ้า และทะเลสีสวย สลับกันไปไกลสุดลูกหูลูกตา

 

 

พูดถึงป่าเขา ก็ต้องไม่ลืมแวะ “ป่าสนจิโนะมาซึบาระ” ที่มีระยะทางยาวกว่า 4.5 กิโลเมตร และใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

ซึ่งก็จะเจอร้านรถเข็นอันนึง เด้งสะดุดตาออกมา ว่ามาจอดอะไรอยู่ในนี้ ซึ่งก็คือ “คาระซึเบอร์เกอร์”

 

 

ที่ขายเบอร์เกอร์แสนอร่อยมากว่า 50 ปีแล้ว ซึ่งชอบมากเป็นการส่วนตัว ฮี่ๆ

และคืนนี้ก็ขอพักกาย พักใจกันที่ “Imari Forest Inn” โรงแรมกึ่งเรียวกัง

ที่มีพี่พนักงานคนไทย แสนใจดีคอยต้อนรับ ห้องว่าสบายแล้ว เจออาหารเย็นที่เป็น “ซากะกิว” หรือ เนื้อซากะย่าง เข้าไป อือฮืออ ฟิน นอนหลับสบาย ชาร์ตพลังออกไปลุยต่อพรุ่งนี้!

 

บทความโดย คุณปอ จากไปไงมาไง

"JAPAN DISCOVERY"สารคดีท่องเที่ยว

การปรับปรุง: 2018-04-24 15:26
อยากลองไปบ้าง:
1
Average: 1 (1 vote)
การปรับปรุง: 2017-07-19 18:06
อยากลองไปบ้าง:
Average: 5 (1 vote)
การปรับปรุง: 2016-09-23 12:41
อยากลองไปบ้าง:
5
Average: 4.5 (2 votes)
การปรับปรุง: 2016-09-21 08:59
อยากลองไปบ้าง:
Average: 5 (1 vote)
การปรับปรุง: 2016-09-21 08:58
อยากลองไปบ้าง:
5
Average: 5 (2 votes)

หน้า