อยากลองไปบ้าง: 
No votes yet
2016/02/20

วันที่ 1 (18 February 2016)    วันที่ 2 (19 February 2016)   วันที่ 3 (20 February 2016)
วันที่ 4 (21 February 2016)    วันที่ 5 (22 February 2016)   วันที่ 6 (23 February 2016)

นางาซากิ (Nagasaki)
วันนี้เราอยู่ที่จังหวัดนางาซากิเมืองท่าของญี่ปุ่นที่ถูกระเบิดปรมาณูทำลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 จนญี่ปุ่นยอมจำนนต่อ
สงคราม ที่นางาซากิมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายไม่ว่าจะเป็นที่เที่ยวทางธรรมชาติหรือวัฒนธรรม และนี่คือสถานที่หลักที่ไม่ควร
พลาด!


•Nagasaki Atomic Bomb Museum•

พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงเหตุการณ์ระเบิดนิวเคลียร์ที่ทำลายเมืองนางาซากิผ่านรูปภาพและซากสิ่งของเครื่องใช้ที่หลงเหลือจากแรง
ระเบิด
พอเข้ามาในห้องจัดแสดงส่วนแรกก็จะพบกับซากปรักหักพังที่เกิดหลงเหลือจากการระเบิดปรมาณูของสงครามโลกครั้งที่
2 พิพิธภัณฑ์ส่งให้เห็นถึงพลังการทำลายล้างอันยิ่งใหญ่ขนาดบันไดปูนของโรงเรียนยังหักเป็นสองท่อน ขาแทงค์น้ำที่แข็งแรงอุ้มน้ำ
ได้เป็นตันยังยับยู้ยี้เหมือนเศษกระดาษที่โดยขยำ สะพานเหล็กที่ทนทานยังพ่ายแพ้ให้กับระเบิด อุณหภูมิที่ระยะ 500 เมตรของ
ระเบิดคือ 3,000 - 4,000 องศาเซลเซียส คนที่อยู่ในรัศมี 1,050 เมตรของระเบิดจะเสียชีวิต 100% และรัศมีที่ระเบิดสร้างความเสีย
หายออกไปไกลถึง 15 กิโลเมตรจากศูนย์กลาง
ในห้องจัดแสดงส่วนที่สองมีการจัดแสดงเหตุการณ์ก่อนการทิ้งระเบิดที่นางาซากิ ชนิดของระเบิดที่ใช้และแบบจำลอง
ระเบิด “Fat Man” ขนาดเท่าของจริง
ในห้องที่สามจัดแสดงเกี่ยวกับบุคคลมีส่วนทำให้ก่อระเบิดไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือนักวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังมี
แกลเลอรี่ภาพวาดเกี่ยวกับสงครามโลกครั้งที่ 2

 

สิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในพิพิธภันฑ์คือกระดาษที่พับเป็นนกกระเรียน 1,000 ตัวซึ่งมีความหมายหมายถึงความหวังในการมีชีวิต
ค่าเข้า: 200 เยน

Nagasaki Peace Park

สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ที่ระลึกของระเบิดปรมาณูในสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งตั้งอยู่ ณ บริเวณที่มีการทิ้ง
ระเบิด รูปปั้นที่เป็นอยู่ตรงกลางสวนมือขวาที่ชี้นิ้วขึ้นฟ้าบ่งบอกถึงระเบิดที่ระเบิดที่ระดับ 500 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และมือ
ซ้ายที่กางออกสื่อถึงสัญลักษณ์ของสันติภาพ ลานแห่งนี้จะมีคนนำดอกไม้มาวางเพื่อมาระลึกถึงเหตุการณ์และไว้อาลัยถึงผู้เสีย
ชีวิตในสงครามโลกครั้ง 2 และทุกๆ วันที่ 9 เดือนสิงหาคมของทุกปี ทางจังหวัดนางาซากิจะจัดการรำลึกถึงผู้เสียชีวิต โดยทุกคนใน
จังหวัดจะมายืนสงบนิ่งเพื่อการไว้อาลัยและมุ่งหวังถึงความสันติภาพให้คงอยู่ต่อไปในภายภาคหน้า
ค่าเข้า: ฟรี

 

 DSC_2330

Dejima คือเกาะที่มนุษสร้างโดยมีเส้นรอบวงแค่ 500 เมตร ซึ่ง
เป็นทางช่องทางเดียวที่ชาวตะวันตกใช้ติดต่อกับญี่ปุ่นตั้งแต่
สมัยศตวรรษที่ 17 ภายในมีพิพิธภัณฑ์ซึ่งเคยเป็นบ้านเรือน
ของชาวดัชท์ที่เคยอาศัยอยู่บนเกาะเล็กๆ แห่งนี้ ในสมัยก่อน
Dejima ตั้งอยู่บริเวณอ่าวนางาซากิ แต่ปัจจุบันได้มีการขยาย
เมืองจนล้อมรอบเกาะ Dejima ทั้งหมด
นอกจากนี้ที่ Dejima ยังมีบริการเช่าชุดกิโมโนเพื่อ
ให้เข้ากับบรรยากาศอีกด้วย
ค่าเข้า: 510 เยน
ค่าเช่ากิโมโน: 2,000 เยน/ชั่วโมง

Gunkanjima Digital Museum

XT015467XT015468

 

Gunkanjima Digital Museum คือพิพิธภัณฑ์สุดฮิปที่ผสมผสานศิลปะกับความรู้อย่างลงตัวเพื่อบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับเกาะร้าง
ที่เคยเป็นที่อยู่ของคนที่ทำงานเหมืองถ่านหินหลายพันคนที่เคยอาศัยอยู่บนเกาะ Gunkanjima (เกาะเรือรบ) จุดเด่นของพิพิธภัณฑ์
นี้คือการนำแสงสีมาผสมผสานกับประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ projector ฉายภาพ การใช้ virtual reality หรือการจำลอง
เกาะเป็นโมเดล 3 มิติ
เกาะ Gunkanjima เป็นเกาะที่มีรูปร่างคล้ายเรือรบ (จนเป็นที่มาของชื่อ) ซึ่งในสมัยก่อนมีบริษัทมิตซูบิชิมาเปิดสาขาบน
เกาะเพื่อการทำเหมืองถ่านหินโดยเฉพาะ มีพนักงานอาศัยอยู่หลายพันคนจนกลายเป็นบริเวณที่มีประชากรหนาแน่นมากที่สุดแห่ง
หนึ่งในโลก จนภายหลังเมื่ออุตสาหกรรมถ่านหินซบเซาลงจนต้องเลิกกิจการทำให้เกาะที่เคยรุ่งเรืองถูกทิ้งร้างเหลือแต่ซากปรักหัก
พังของตึกบนเกาะ ซึ่ง Gunkanjima เพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2015 นี่เอง
สำหรับใครที่อยากไปชมเกาะจริงๆ ต้องซื้อทัวร์ไป แต่ถ้าใครมีเวลาไม่มากพอก็มาที่พิพิธภัณฑ์แทนได้
ค่าเข้า: 1,800 เยน

DSC_2419DSC_2426 

บ้านและสวนที่ผสมผสานความเป็นยุโรปและญี่ปุ่นตั้งอยู่บน
เนินเขาที่สามารถมองเห็นอ่าวนางาซากิของ Thomas Glover
ซึ่งมีอิทธิพลต่อเศรษฐกิจของญี่ปุ่น
Thomas Glover คือพ่อค้าชาวสก็อตแลนด์ซึ่งมี
อิทธิพลอย่างมากต่อประเทศญี่ปุ่น เพราะเป็นทั้งคนที่สร้าง
ทางรถไฟแห่งแรกในญี่ปุ่นและเป็นคนที่ช่วยริเริ่มอุตสาหกรรม
การต่อเรืออีกด้วย
วิธีที่ดีที่สุดในการชม Glover Garden คือการขึ้นทางเลื่อนไปตามเนินเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านจนถึงชั้นบนสุดแล้วเดินลง
โดยด้านบนสุดจะสามารถมองเห็นวิวของอ่าวนางาซากิได้ และระหว่างทางลงอย่าลืมสังเกตหินรูปหัวใจบนพื้นทางเดินที่มีเพียง 2
แผ่นเท่านั้น
ค่าเข้า: 610 เยน

•Unzen•

เมืองบ่อน้ำร้อนบนภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ ในตัวเมืองตั้งอยู่บนภูเขาที่ระดับความสูงกว่า 700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล โดยจะมีทางเดิน
ชมบ่อน้ำร้อนที่มีอุณหภูมิกว่า 100 องศาเซลเซียสจนมีควันพวยพุ่งตลอดเวลาได้

•อาหารท้องถิ่น•

•Toruko Rice•
Taroko Rice หรือที่แปลว่าข้าวตุรกีโดยเปรียบเปรยมาจาก
ประเทศตุรกีที่มีทั้งฝั่งยุโรปและเอเชีย เช่นเดียวกันกับในจานที่
ถูกแบ่งเป็น 3 ส่วน มีข้าวสีเหลืองเลียนแบบอินเดียและ
ตะวันออกกลางอยู่หนึ่งฝั่ง ทงคัตสึอยู่ตรงกลาง และสปาเก็ตตี้ที่
เป็นสัญลักษณ์ของยุโรปอยู่อีกฝั่งนึง เปรียบเสมือนกับการติดต่อ
ค้าขายระหว่างเอเซียและยุโรปโดยมีเมืองนางาซากิเป็นเมืองท่า
ในการติดต่อ

 

•Castella•
Castella คือเค้กฟองน้ำที่ถูกเผยแพร่จากพ่อค้าชาวโปรตุเกสซึ่ง
เป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดนางาซากิ

 

วันที่ 1 (18 February 2016)    วันที่ 2 (19 February 2016)   วันที่ 3 (20 February 2016)
วันที่ 4 (21 February 2016)    วันที่ 5 (22 February 2016)   วันที่ 6 (23 February 2016)

"JAPAN DISCOVERY"สารคดีท่องเที่ยว

การปรับปรุง: 2018-04-24 15:26
อยากลองไปบ้าง:
1
Average: 1 (1 vote)
การปรับปรุง: 2017-07-19 18:06
อยากลองไปบ้าง:
Average: 5 (1 vote)
การปรับปรุง: 2016-09-23 12:41
อยากลองไปบ้าง:
5
Average: 4.5 (2 votes)
การปรับปรุง: 2016-09-21 08:59
อยากลองไปบ้าง:
Average: 5 (1 vote)
การปรับปรุง: 2016-09-21 08:58
อยากลองไปบ้าง:
5
Average: 5 (2 votes)

หน้า